Home » รักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา – ที่ kdms
รักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ที่ kdms
อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา สามารถเกิดขึ้นได้กับการเล่นกีฬาทุกประเภท โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องมีการปะทะกันอย่างรุนแรง ยิ่งเพิ่มโอกาสที่นักกีฬาจะบาดเจ็บได้ง่าย เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล และรักบี้ ซึ่งเป็นประเภทกีฬาที่มักมีการปะทะรุนแรง แต่กีฬาที่ไม่มีการปะทะอย่าง กอล์ฟ เทนนิส แบดมินตัน วิ่ง หรือปั่นจักรยานก็สามารถเกิดการบาดเจ็บได้เช่นกัน หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่ใช่นักกีฬาก็สามารถเกิดอาการนี้ได้
- เอ็นข้อเข่าฉีกขาด (ACL Injury)
- ข้อเท้าแพลง
- เอ็นอักเสบ (Tendonitis)
- กล้ามเนื้อฉีกขาด
- กระดูกหักหรือร้าว
- บาดเจ็บจากการกระแทกซ้ำ (Overuse Injury)
สัญญาณที่บ่งบอกว่าควรพบแพทย์
- มีอาการปวด บวม แดง ร้อน ที่สงสัยว่าจะมีการอักเสบหรือติดเชื้อได้
- บาดเจ็บรุนแรง สงสัยกระดูกหัก ข้อเคลื่อน หรือการฉีกขาดของเนื้อเยื่อต่างๆ
- เดินหรือเคลื่อนไหวได้ลำบาก จำกัดการใช้งานในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งบ่งบอกถึงความรุนแรงที่มากของอวัยวะที่บาดเจ็บนั้น ๆ
- รู้สึกข้อติด ไม่สามารถเหยียด-งอข้อต่อได้อย่างเต็มที่
การรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาที่ kdms
โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ kdms – ข้อดีมีสุข เราให้บริการดูแล และรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย
1. การวินิจฉัยที่แม่นยำ
- การตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูก และข้อ
- การใช้เทคโนโลยีภาพถ่าย เช่น MRI หรือ X-ray เพื่อประเมินสภาพความเสียหาย
2. การรักษาเฉพาะทาง
- การรักษาแบบไม่ผ่าตัด: ใช้ยา กายภาพบำบัด และอุปกรณ์ช่วยพยุง
- การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery): สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง โดยแผลมีขนาดเล็ก และฟื้นตัวเร็ว
3. โปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพ
- การออกกำลังกายบำบัดเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และข้อต่อ
- การใช้เครื่องมือทันสมัย เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า หรือ เลเซอร์กำลังสูง
- การให้คำปรึกษาด้านการปรับเปลี่ยนการเล่นกีฬาเพื่อลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บซ้ำ
แนวทางการรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
สำหรับการรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาสามารถรักษาได้ทั้ง การใช้ยา, การทำกายภาพบำบัด, หรือการผ่าตัดในกรณีที่มีข้อบ่งชี้
ซึ่งรูปแบบการรักษาต่าง ๆ เหล่านี้ จำเป็นต้องให้แพทย์ตรวจและประเมินอาการ หลังจากนั้นจะเลือกรูปแบบการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยมากที่สุด ซึ่งแนวทางในการรักษา มีดังนี้
รักษาด้วยการไม่ผ่าตัด
สำหรับการรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาเบื้องต้นนั้น หากเป็นการบาดเจ็บที่ไม่รุนแรง
จะแนะนำให้ใช้หลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น R I C E ซึ่งย่อมาจากคำภาษาอังกฤษ 4 คำดังนี้
- REST เมื่อเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
หรือเกิดการบาดเจ็บเฉียบพลันระหว่างที่เล่นกีฬา ให้หยุด
พักการใช้งานตำแหน่งที่บาดเจ็บ โดยเฉพาะในช่วง 72 ชั่วโมงแรก - ICE หลังจากพักแล้ว ให้เริ่มประคบเย็น
เพื่อลดอาการบวมและปวด ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
และสิ่งที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการประคบร้อนโดยเด็ดขาด
ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพราะอาจทำให้ปวดหรือบวมมากขึ้น
- COMPRESSION การใช้ผ้าหรือวัสดุพันตำแหน่งที่บาดเจ็บ เพื่อช่วยลดการบวมและการเคลื่อนไหวตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดบาดแผลซ้ำซ้อนและลดความเจ็บปวดได้ (Bandaging, Splinting)
- ELEVATION การยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงกว่าหัวใจ เพื่อช่วยลดการไหลเวียนของเลือดไปยังพื้นที่ที่บาดเจ็บและลดความดันในหลอดเลือด ทำให้บวมลดลง โดยเฉพาะในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังจากการบาดเจ็บ
รักษาด้วยการผ่าตัด
การรักษาอาการบาดเจ็บจาการเล่นกีฬา ด้วยการผ่าตัดนั้นจะขึ้นอยู่กับว่า อาการบาดเจ็บมีความรุนแรงมากขนาดไหน หากอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมีผลกับการใช้งาน ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว หรือเป็นการบาดเจ็บฉีกขาดของส่วนที่สำคัญและมีความรุนแรง อาจจำเป็นต้องอาศัยการรักษาด้วยการผ่าตัด โดยส่วนใหญ่จะใช้การผ่าตัดส่องกล้อง Arthroscopic Surgery ทำให้แผลเล็กลง และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery) เพื่อรักษาการบาดเจ็บจากเล่นกีฬา
เทคนิคผ่าตัดทันสมัยที่ช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว และกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างที่เคย การผ่าตัดส่องกล้องเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ใช้กล้องขนาดเล็ก และอุปกรณ์พิเศษผ่านทางแผลเล็ก ๆ ในการตรวจสอบและรักษาภายในข้อ เช่น ข้อเข่า, ข้อไหล่, ข้อศอก, หรือข้อเท้า กล้องนี้จะส่งภาพขยายจากภายในข้อไปยังจอภาพ ทำให้แพทย์สามารถเห็นรายละเอียดและทำการรักษาได้อย่างแม่นยำ
การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery) คืออะไร?
คือการผ่าตัดที่ใช้กล้องขนาดเล็กและเครื่องมือพิเศษเพื่อทำการตรวจวินิจฉัย และรักษาภายในข้อ โดยแพทย์จะทำแผลขนาดเล็กเพียง 0.5-1 เซนติเมตร แล้วนำกล้องส่องเข้าไปในข้อ เพื่อให้เห็นสภาพของข้อจากภายใน ซึ่งช่วยให้การรักษามีความแม่นยำ และสามารถซ่อมแซมส่วนที่เสียหายได้โดยไม่ต้องเปิดแผลใหญ่เหมือนการผ่าตัดแบบดั้งเดิม
ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery)
- ฟื้นตัวเร็วขึ้น
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด เนื่องจากแผลมีขนาดเล็ก และไม่จำเป็นต้องตัดกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อมาก
- โดยปกติผู้ป่วยสามารถกลับบ้านในวันเดียวกัน และเริ่มต้นการฟื้นฟูทันทีหลังการผ่าตัด
- ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
- ด้วยแผลขนาดเล็ก ความเสี่ยงในการติดเชื้อจะต่ำกว่าการผ่าตัดแบบเปิดที่ต้องมีแผลขนาดใหญ่ และการสัมผัสกับอากาศมากขึ้น
- ลดอาการปวดหลังผ่าตัด
- เนื่องจากการผ่าตัดส่องกล้องไม่ต้องตัดเนื้อเยื่อ และกล้ามเนื้อเหมือนการผ่าตัดแบบเปิด ผู้ป่วยจึงมีอาการปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่า และฟื้นตัวได้เร็ว
- ความแม่นยำในการรักษา
- การใช้กล้องช่วยให้แพทย์มองเห็นภายในข้อต่อได้อย่างชัดเจน ทำให้การรักษามีความแม่นยำ และสามารถซ่อมแซมส่วนที่เสียหายได้อย่างตรงจุด
- ฟื้นฟูกล้ามเนื้อและข้อต่อได้เร็ว
- หลังการผ่าตัดส่องกล้อง ผู้ป่วยสามารถเริ่มโปรแกรมฟื้นฟูได้เร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานในการรอแผลหาย ซึ่งจะช่วยให้กลับมาเคลื่อนไหวและเล่นกีฬาได้เร็วขึ้น
- ลดการเกิดแผลเป็น
- เนื่องจากการผ่าตัดส่องกล้องมีแผลเล็ก และแผลเป็นจะน้อยลง จึงช่วยให้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจในผลลัพธ์ทั้งด้านการรักษา และความสวยงามของร่างกาย
เทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery)
ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์
แพทย์ที่เกี่ยวข้อง
โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ kdms – ข้อดีมีสุข