การรักษาโรคข้อเข่า และข้อสะโพกที่ kdms

        อาการปวดข้อเข่า และข้อสะโพกมักเป็นปัญหาที่สร้างความไม่สะดวกสบาย และลดคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ
และวัยทำงาน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการใช้งานหนัก การเสื่อมตามวัย หรือผลกระทบจากอุบัติเหตุและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
สำหรับบางรายที่มีอาการรุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

สัญญาณเตือนอาการข้อเข่า และข้อสะโพกเสื่อม

  • ปวด บวม หรือติดขัดบริเวณข้อเข่า พร้อมเสียงดังในข้อ
  • ขาโก่งผิดรูป หรืออาการปวดเสียวขณะใช้งาน
  • อาการปวดบริเวณขาหนีบด้านหน้าหรือต้นขาด้านบน
  • โรคข้อเข่าเสื่อม
  • โรคข้อสะโพกเสื่อม
  • โรคกระดูกหัวสะโพกขาดเลือด

การรักษาโรคข้อเข่า และข้อสะโพกที่ kdms

ที่ โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ kdms – ข้อดีมีสุข เรามีทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านข้อเข่า และข้อสะโพก พร้อมด้วยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และนักกายภาพบำบัด เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
โดยการรักษาประกอบไปด้วย:

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด:

  • ฉีดยาเข้าข้อเข่า:
    บรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ
  • บริหารกล้ามเนื้อรอบหัวเข่า: ช่วยชะลอการเสื่อมของข้อเข่า และเพิ่มความแข็งแรง

การรักษาแบบผ่าตัด:

การผ่าตัดข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ (Robotic Assisted Surgery) คืออะไร?

การใช้หุ่นยนต์ในการวางแผนก่อนผ่าตัดทั้งขนาด ตำแหน่งและมุมของข้อเข่า ด้วยการประมวลผลจากภาพ CT Scan ซึ่งแตกต่างจากการผ่าตัดแบบดั้งเดิมที่จะใช้ภาพจากการเอกซเรย์ หลังจากนั้น ทำการส่งผลไปยังแขนกลหุ่นยนต์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด รวมไปถึง ลดความผิดพลาดระหว่างการผ่าตัด เช่น หากแพทย์จะตัดโดนบริเวณอื่น หุ่นยนต์จะหยุดการทำงานทันที เป็นต้น นอกจากนี้ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดยังช่วยให้แพทย์ปรับสมดุลของข้อเทียมได้ในระดับมิลลิเมตร เพื่อให้เหมาะสมกับร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคนมากที่สุด

การทำงานของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด  (Robotic Assisted Surgery) กับการทำงานร่วมกับศัลยแพทย์

1. การวางแผนก่อนการผ่าตัด (Preoperative Planning)

  • สร้างแผนผ่าตัดแบบเฉพาะบุคคล:
    • ก่อนการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะใช้ข้อมูลจากการถ่ายภาพ (เช่น CT หรือ MRI) เพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติของร่างกายบริเวณที่จะผ่าตัด
    • หุ่นยนต์ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถปรับแต่งแผนการผ่าตัดในรายละเอียด เช่น ตำแหน่งการตัดกระดูกหรือการใส่รากเทียม

2. การทำงานร่วมกันระหว่างหุ่นยนต์ และศัลยแพทย์ในระหว่างผ่าตัด (Intraoperative Collaboration)

  • หุ่นยนต์นำทาง (Guided Assistance):
    • หุ่นยนต์ช่วยนำทางการเคลื่อนไหวของเครื่องมือผ่าตัดตามแผนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยแสดงข้อมูลเรียลไทม์ให้ศัลยแพทย์เห็น
  • ขอบเขตความปลอดภัย (Safety Boundaries):
    • หุ่นยนต์มีระบบควบคุมเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องมือออกนอกพื้นที่หรือไปกระทบเนื้อเยื่อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • การควบคุมจากศัลยแพทย์ (Surgeon-Controlled Execution):
    • ศัลยแพทย์ยังคงควบคุมการเคลื่อนไหว และตัดสินใจสำคัญในทุกขั้นตอน เช่น การกรีด การตัด หรือการใส่อุปกรณ์

3. ความแม่นยำ และการปรับเปลี่ยนในเวลาจริง (Real-Time Adjustments)

  • การปรับแผน:
    • หากพบความแตกต่างระหว่างการผ่าตัด หุ่นยนต์ และศัลยแพทย์สามารถปรับเปลี่ยนแผนผ่าตัดได้ทันที
  • ข้อมูลการตอบสนอง (Feedback Data):
    • หุ่นยนต์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแรงกด ระยะห่าง หรือความสมดุลของโครงสร้าง เช่น การจัดวางข้อเทียม

4. การตรวจสอบหลังผ่าตัด (Postoperative Verification)

    • การตรวจสอบตำแหน่ง:
      • หุ่นยนต์ช่วยศัลยแพทย์ตรวจสอบความถูกต้องของการวางรากเทียมหรือการจัดเรียงกระดูก เพื่อให้แน่ใจว่าผลลัพธ์ตรงตามแผน
    • ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อ:
      • การทำงานร่วมกันช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อโดยรอบ
รู้จักการทำงานของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม โดยแพทย์ชำนาญการที่ kdms

การผ่าตัดข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ ดีกว่าการผ่าตัดปกติอย่างไรบ้าง?

การผ่าตัดข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์ ถือเป็นทางเลือกใหม่ในการผ่าตัดรักษาข้อเข่าเสื่อม
ที่มีประสิทธิภาพความโดดเด่นมากกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิมทั่วไป ดังต่อไปนี้
 

  • มีความแม่นยำสูง ลดโอกาสผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุด 
  • ช่วยในการวางแผนผ่าตัดให้เหมาะสมกับข้อเข่าเฉพาะแต่ละบุคคล
  • ลดโอกาสภาวะแทรกซ้อน หรืออาการบาดเจ็บอื่น ๆ เนื่องจากการผ่าตัด
  • แผลผ่าตัดเล็กเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน เจ็บน้อยลง และฟื้นตัวเร็ว

บทบาท และจุดเด่นของการทำงานร่วมกัน

  • ศัลยแพทย์:
    เป็นผู้วางแผน ควบคุมการทำงาน และตัดสินใจในขั้นตอนสำคัญ
    ใช้หุ่นยนต์เป็นเครื่องมือเพิ่มความแม่นยำและลดความผิดพลาด
  • หุ่นยนต์:
    ช่วยนำทางและเพิ่มความเสถียรในการเคลื่อนไหว ลดการสั่นไหวของมือมนุษย์
    เก็บข้อมูล และแสดงผลให้ศัลยแพทย์ทราบแบบเรียลไทม์

นวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยศัลยแพทย์ผ่าตัด

ทางเลือกการรักษาที่ แม่นยำ ฟื้นตัวไว

ความประทับใจของผู้รับบริการ

การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเฉพาะส่วน หรือ (UKA) คืออะไร?

Unicompartmental Knee Arthroplasty (UKA) เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัย และแม่นยำ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมเฉพาะบางส่วน เช่น บริเวณด้านในหรือด้านนอกของข้อเข่า โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด วิธีนี้ช่วยให้การเคลื่อนไหวของข้อเข่า
ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด และเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมระดับปานกลางแต่ยังต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ข้อดีของการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเฉพาะส่วน หรือ (UKA)

การผ่าตัดแบบ Unicompartmental Knee Arthroplasty คือ การผ่าตัดขนาดเล็ก ลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงต่างๆ หลังผ่าตัดได้ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสติดเชื้อ กระดูกหัก ลดเส้นเลือดอุดตันที่ขา หัวใจ และสมอง รวมทั้งช่วยเก็บกระดูกข้อเข่าในส่วนที่ยังใช้งานได้ดีให้อยู่ในสภาพเดิม นอกจากนี้หากใช้ แผ่นรอง Polyethylene แบบเคลื่อนไหวได้ จะช่วยให้ประสิทธิภาพการใช้งานเทียบเคียงกับคนที่ไม่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมอีกด้วย 

  • ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ:
    การผ่าตัดเฉพาะส่วนช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ และกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า เมื่อเทียบกับการผ่าตัดข้อเข่าแบบเต็ม
    (Total Knee Arthroplasty – TKA) ทำให้การฟื้นตัวรวดเร็วขึ้น
  • ฟื้นตัวได้เร็ว:
    ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกเดินได้ภายใน 1 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด และกลับมาทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว
  • การเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ:
    UKA ช่วยรักษากลไกการเคลื่อนไหวของข้อเข่าที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติที่สุด ช่วยให้การเดิน ขึ้น-ลงบันได
    หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ง่าย และสะดวกขึ้น
  • ลดความเสี่ยงผลข้างเคียง:
    ด้วยการใช้เทคนิคที่ลดขนาดการผ่าตัด และปริมาณวัสดุที่ใส่ในร่างกาย โอกาสเกิดผลข้างเคียง
    เช่น การติดเชื้อ กระดูกหัก หรือเส้นเลือดอุดตันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ผลลัพธ์ยาวนาน:
    สำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม การผ่าตัด UKA ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน แข็งแรง และลดความเสี่ยงที่ต้องผ่าตัดซ้ำในอนาคต

ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเฉพาะส่วน (UKA)

UKA เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมเพียงบางส่วนเท่านั้น เช่น บริเวณด้านในของข้อเข่า และยังมีส่วนของกระดูกอ่อนในข้อที่แข็งแรงอยู่ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุไม่มากนักและต้องการคงการเคลื่อนไหวของข้อเข่า 
การผ่าตัด UKA จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่

  • มีอาการข้อเข่าเสื่อมเฉพาะบางส่วน เช่น บริเวณด้านในของข้อเข่า
  • ส่วนของกระดูกอ่อนอื่น ๆ ยังคงแข็งแรง
  • ไม่มีภาวะข้ออักเสบทั่วข้อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • อยู่ในวัยที่ยังต้องการเคลื่อนไหวข้อเข่าอย่างเป็นธรรมชาติ

ผลลัพธ์หลังผ่าตัดข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA)

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน มีการใช้โลหะเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อย ทำให้กล้ามเนื้อสามารถฟื้นตัวได้เร็ว โดยผู้ป่วยจะเริ่มฟื้นตัวได้ดี รวมไปถึงกลับมาขยับตัวได้ดียิ่งขึ้นในช่วงหลังผ่าตัดประมาณ 6 สัปดาห์  

นอกจากนี้ แผ่นรอง Polyethylene แบบเคลื่อนไหวได้ จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถงอเข่า และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเข่าได้เหมือนปกติในระยะยาวได้อีกด้วย 

ความประทับใจของผู้รับบริการ

ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ kdms – ข้อดีมีสุข

ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล AACI
American Accreditation Commission International

Facebook
LinkedIn
X
Threads
Pocket
To top