ผ่าตัดส่องกล้องรักษาเท้าและข้อเท้าที่ kdms

การรักษาโรครองช้ำ

        โรครองช้ำ ในทางการแพทย์จะเรียกกันอีกชื่อว่า “โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ” หรือ “พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ” เป็นโรคที่ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บส้นเท้าบริเวณฝั่งที่เหยียบลงไปบนพื้น ซึ่งหากปล่อยให้เรื้อรังจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน คือ ไม่สามารถเดิน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เหมือนปกติ 

        สาเหตุของโรครองช้ำนั้น เกิดจากการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้า ซึ่งมักทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดบริเวณส้นเท้า โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอนหรือหลังจากพักเท้าเป็นเวลานาน โดยปกติแล้ว ที่ฝ่าเท้าของเราทุกคนจะมีพังผืดฝ่าเท้าอยู่ และเมื่อพังผืดเส้นนี้เกิดอาการตึงจากการใช้งาน โดยที่เราไม่ได้ทำการยืดเหยียดให้ดี ก็จะทำให้เกิดการอักเสบที่จุดเกาะพังผืดบริเวณส้นเท้า และเกิดเป็นอาการเจ็บในที่สุด

สาเหตุและอาการของโรครองช้ำ

โรครองช้ำเกิดจากการใช้งานพังผืดใต้ฝ่าเท้าซ้ำ ๆ จนเกิดการอักเสบหรือฉีกขาดเล็กๆ อาจเกิดจาก:

  • การยืนหรือเดินเป็นเวลานาน
  • การใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม
  • น้ำหนักตัวที่มากเกินไป
  • การออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง เช่น วิ่งหรือกระโดด

3 ปัจจัยที่กระตุ้นให้เสี่ยงโรครองช้ำง่ายขึ้น

  • เส้นเอ็นร้อยหวายหรือพังผืดฝ่าเท้าตึงเกินไป
    ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจเกิดได้จากการไม่ค่อยได้ยืดคลายเส้นเอ็น ใช้งานอย่างเดียว เช่น ยืนนาน ๆ เดินนาน ๆ แล้วไม่เคยยืดเส้นเอ็นเลย น่องก็จะตึง พังผืดฝ่าเท้าก็จะตึง และทำให้เป็นโรครองช้ำในที่สุด
  • เส้นเอ็นเริ่มเสื่อม

    จากอายุที่มากขึ้น ยิ่งหากเป็นคนที่มีน้ำหนักมาก ประกอบอาชีพที่ต้องยืน เดินทั้งวัน ก็จะยิ่งเสี่ยงเป็นรองช้ำได้ง่ายกว่าคนปกติ ซึ่งเส้นเอ็นที่เริ่มเสื่อมนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับเส้นเชือกที่ใช้งานมานาน มีอาการบวม อักเสบ จึงทำให้เจ็บบริเวณส้นเท้า

  • เส้นเอ็นเริ่มเสื่อม
    เนื่องจากใช้งานเท้าหนักเกินไป เช่น ใส่รองเท้าพื้นแข็ง แล้วยืนนาน ๆ ยืนตลอดทั้งวัน ทำงานที่ต้องเดินทั้งวัน ก็จะทำให้เป็นรองช้ำได้

วิธีการรักษาโรครองช้ำ ทำได้อย่างไรบ้าง ?

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

  1. ทานยาร่วมกับการทำกายภาพบำบัด เป็นแนวทางการรักษาในกรณีเพิ่งเป็นโรคไม่นาน มีอาการไม่มาก และไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน แพทย์จะให้ทานยาลดอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ร่วมกับการปรับพฤติกรรมให้เดินน้อยลง สวมใส่รองเท้าที่มีพื้นนิ่ม พร้อมกับแนะนำวิธีการยืดน่อง เพื่อให้เอ็นยืดหยุ่น รวมถึงการทำกายภาพบำบัดด้วยการนวดฝ่าเท้า เพื่อให้ตัวพังผืดนิ่มลง ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบลงได้
  2. รักษาด้วยการทำ Shockwave เป็นการรักษาในกรณีที่ทานยาร่วมกับการทำกายภาพบำบัดแล้วไม่หาย หรือในกรณีที่ผู้ป่วยต้องการรักษาให้หายไวขึ้น โดยการ Shockwave นั้น จะเป็นการใช้เครื่องมือการรักษายิงคลื่นเสียงเข้าไปกระแทกบริเวณจุดเกาะเอ็นพังผืดที่บาดเจ็บตรงส้นเท้า เพื่อกระตุ้นการลดการอักเสบ โดยมีงานวิจัยรองรับชัดเจนว่าการใช้คลื่นเสียงนี้ สามารถช่วยรักษาโรครองช้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรักษาแบบผ่าตัด

        รักษาด้วยการผ่าตัด โดยทั่วไปแล้วแนวทางการรักษา 2 วิธีแรก ได้แก่ การทานยา ทำกายภาพบำบัด ร่วมกับการทำ Shockwave นั้น สามารถทำให้ผู้ป่วย 80-90% อาการทุเลาลงและกลับมาหายดีได้ จะมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่อาการไม่ดีขึ้น ซึ่งในผู้ป่วยกลุ่มนี้ แพทย์จะพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด ด้วยการตัดพังผืดฝ่าเท้าบางส่วนออก เพื่อให้เอ็นลดความตึงลง ซึ่งเมื่อเอ็นหย่อนคลายมากขึ้น อาการเจ็บจากรองช้ำก็จะหายไป

        สามารถทำได้โดยการผ่าตัดแบบเปิด (open or mini-open techniques) หรือผ่าตัดโดยการส่องกล้อง ทั้งสองวิธีสามารถลดการปวดในกลุ่มที่ล้มเหลวจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด  แต่การรักษาแบบเปิดจะได้ประโยชน์ในรายที่ผู้ป่วยมีเส้นประสาทเท้าถูกกด (entrapment of first branch of lateral plantar nerve) ส่วนการผ่าตัดแบบส่องกล้องจะมีประโยชน์ในเรื่องแผลขนาดเล็ก คนไข้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery)

เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่เน้นการใช้กล้องขนาดเล็กส่องเข้าไปในข้อเพื่อแสดงภาพภายในข้อบนจอภาพ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นพยาธิสภาพในข้อได้อย่างละเอียดและชัดเจน ในระหว่างกระบวนการผ่าตัด แพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษขนาดเล็กเทียบเท่ากับปากกา สอดเข้าไปในข้อเพื่อทำการรักษาหรือแก้ไขปัญหาที่พบ การผ่าตัดวิธีนี้ช่วยลดขนาดแผล ซึ่งแตกต่างจากการผ่าตัดแบบเปิดทั่วไปที่ต้องเปิดแผลขนาดใหญ่

ข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery) (และ Endosopic Surgery)

  • ช่วยให้แพทย์สามารถเห็นได้ชัด
  • การผ่าตัดที่แม่นยำ
  • การบันทึกภาพเพื่อการรักษา กระบวนการผ่าตัดสามารถบันทึกเป็นภาพนิ่งหรือวิดีโอ เพื่อให้ผู้ป่วยเก็บไว้ใช้เป็นข้อมูลสำหรับการรักษาในอนาคต
  • แผลขนาดเล็กและเจ็บน้อยกว่า แผลขนาดเล็กส่งผลให้ข้อได้รับการบาดเจ็บน้อย ลดความเจ็บปวดหลังการผ่าตัด ฟื้นตัวเร็ว และสามารถเริ่มทำกายภาพบำบัดได้ทันที
  • พักฟื้นระยะสั้น ผู้ป่วยบางรายสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน หรือพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 1-2 วันเท่านั้น

อาการเท้าพลิก รองช้ำ เอ็นร้อยหวายขาด รักษาหายขาดได้ไหม? 

ความประทับใจผู้รับบริการ

ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ kdms – ข้อดีมีสุข

ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล AACI
American Accreditation Commission International

Facebook
LinkedIn
X
Threads
Pocket
To top